ในประเทศไทย ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ในพื้นที่สาธารณะทั่วกรุงเทพมหานคร อาทิ ย่านสยาม เยาวราช และสถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อสื่อสารถึงผลกระทบของระบบฟาร์มปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรมต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และอนาคตของระบบอาหาร
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับนานาชาติในการผลักดันให้กลุ่มธนาคารโลกและบรรษัทเงินทุน ระหว่างประเทศ (International Finance Corporation: IFC) ทบทวนบทบาทของตนในการสนับสนุนระบบการผลิตอาหาร ที่ส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และสวัสดิภาพสัตว์
ท่ามกลางหลักฐานที่เพิ่มขึ้นว่าอุตสาหกรรมปศุสัตว์มีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 14.5% ของโลก (Food and Agriculture Organization: FAO) และเป็นปัจจัยสำคัญของการตัดไม้ทำลายป่า การใช้น้ำอย่างเข้มข้น และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ โดยภาคประชาสังคมจึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทบทวนทิศทางการลงทุน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว
การประชุมประจำปี 2026 ของ IMF และ World Bank Group ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยเดือนตุลาคมนี้ ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ถือเป็นเวทีสำคัญในการหารือประเด็นเศรษฐกิจ การพัฒนา และความยั่งยืนระดับโลก ขณะเดียวกัน ภาคประชาสังคมเห็นว่านี่คือช่วงเวลาสำคัญในการตั้งคำถามต่อทิศทางการลงทุนระหว่างประเทศ ว่าสอดคล้องกับเป้าหมายการลดความยากจน การรับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือไม่
แม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นพื้นที่ที่มีการลงทุนโดยตรงในประเด็นนี้ แต่ในฐานะประเทศเจ้าภาพของการประชุมระดับโลก และหนึ่งในประเทศสมาชิกของ World Bank Group ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการร่วมผลักดันการสนทนาเกี่ยวกับอนาคตของระบบอาหาร และความรับผิดชอบของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ
ประเด็นที่ภาคประชาสังคมเรียกร้องให้ธนาคารโลกทบทวน
ภาคประชาสังคมระบุว่า การสนับสนุนฟาร์มปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรมไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มธนาคารโลกเพื่อลดความยากจนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศกำลังพัฒนา และก่อให้เกิดผลกระทบในหลายมิติ ได้แก่
● สิ่งแวดล้อม: การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างเข้มข้น และการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเร่งวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
● สุขภาพของประชาชน: ความเสี่ยงจากการใช้ยาปฏิชีวนะในภาคปศุสัตว์ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับปัญหาเชื้อดื้อยา รวมถึงมลพิษจากของเสียที่ส่งผลต่อชุมชนโดยรอบ
● ระบบอาหาร: การพึ่งพาการผลิตเชิงอุตสาหกรรมมากเกินไป ขณะที่ระบบอาหารทางเลือกที่ยั่งยืนและเป็นธรรมยังได้รับการสนับสนุนไม่เพียงพอ
● เศรษฐกิจและชุมชน: ผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น จากการกระจุกตัวของอุตสาหกรรมและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
คุณศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย องค์กรซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าวว่า
“ธนาคารโลกอาจยังไม่สามารถแสดงบทบาทการผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างเต็มศักยภาพ หากยังคงสนับสนุนระบบฟาร์มอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของผู้คน และสวัสดิภาพสัตว์ การประชุมประจำปีครั้งต่อไปที่กรุงเทพฯ ควรเป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนว่าการลงทุนเพื่อการพัฒนาควรนำไปสู่ระบบอาหารแบบใดในอนาคต”
ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล และเครือข่ายพันธมิตร เรียกร้องให้ธนาคารโลก:
1. ยุติการสนับสนุนฟาร์มปศุสัตว์เชิงอุตสาหกรรม
2. ปรับเปลี่ยนการลงทุนไปสู่ระบบอาหารที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
3. เพิ่มความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการดำเนินงาน
การประชุมประจำปีของ IMF และ World Bank Group ที่จะมีขึ้นในกรุงเทพฯ จึงไม่ใช่เพียงเวทีหารือด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดทิศทางของระบบอาหารโลก และบทบาทของสถาบันการเงินในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น

